วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้ง


น้ำผึ้ง (Honey) คือน้ำหวานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผึ้ง (Bee) เป็นผู้ผลิตขึ้นมาจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ประเภทต่างๆ เมื่อผึ้งกลืนน้ำหวานเหล่านั้นลงไป เอนไซม์ในตัวของผึ้งจะทำการย่อยและเปลี่ยนน้ำหวานเหล่านั้นให้กลายเป็นน้ำผึ้ง โดยที่ผึ้งจะคายออกมาเก็บไว้ในรวงผึ้งเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อนของผึ้งในรังต่อไป น้ำผึ้งมีประโยชน์มากทั้งต่อตัวผึ้งเองและต่อมนุษย์อย่างเรา

น้ำผึ้งมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนพอสมควร จากการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการพบว่าน้ำผึ้งประกอบด้ว
- น้ำ ประมาณ 20%
- น้ำตาลชนิดต่างๆ เช่นกลูโครส ฟลุคโตสและเลวูโรส ประมาณ 79%
- กรดชนิดต่างๆ ประมาณ 0.5%
- แร่ธาตุต่างๆ ประมาณ 0.5%

น้ำตาลในน้ำผึ่งส่วนมากเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย และจากการทดสอบพบว่าในน้ำผึ้ง 100 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 300 แคลอรี่

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งนั้นถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อนของผึ้งเอง มีคุณค่าทางอาหารสูง มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย ดังนั้นมนุษย์จึงได้นำน้ำผึ้งมาเป็นอาหารและส่วนประกอบของยาหลากหลายชนิด

สรรพคุณทางยาของน้ำผึ้ง
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่าน้ำผึ่งมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย มนุษย์รู้จักการนำน้ำผึ่งมาเป็นอาหารและองค์ประกอบของตัวยามาหลายพันปีแล้ว สรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งมีดังนี้
- เป็นอาหารบำรุงสุขภาพ เนื่องจากดูดซึมได้เร็ว ให้พลังงานทันที
- รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก และริดสีดวงทวาร
- บรรเทาอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
- ใช้ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง ให้หายเร็วขึ้น เนื่องจากน้ำผึ้งสามารถฆ่าเชื้อโรคได้
- ช่วยรักษาแผลไฟไหมและน้ำร้อนลวก
- บรรเทาโรคกระเพาะอาหาร
- บรรเทาอาการข้ออักเสบ
- ช่วยลดความดันโลหิต
- บรรเทาอาการไอ
- รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา

จะเห็นว่าน้ำผึ้งนั้นมีประโยชน์และสรรพคุณทางยามากมาย แต่การซื้อหาน้ำผึ้งมารับประทานนั้นควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะมีราคาแพง เนื่องจากปัจจุบันมีการปลอมปนน้ำผึ้งกันมาก ทำให้เราได้รับประโยชน์จากน้ำผึ้งไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป แต่ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานควรงดบริโภคน้ำผึ้งเนื่องจากในน้ำผึ้งมีน้ำตาลประเภทต่างๆถึง 79%


ที่มา: Pink Planet TH

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น