แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปกิณกะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปกิณกะ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สรุปหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล กรมการพัฒนาชุมชน

**สรุปหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล กรมการพัฒนาชุมชน
1. การย้ายข้าราชการ
* พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 57,63,132,137

* หนังสือ ที่ นร 0708/ว 9 ลว.12 พ.ค.35

* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 12 ลว.11 ธ.ค.33

* หนังสือ ที่ นร 1011/ว 13 ลว.11 ธ.ค.51

* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 7 ลว.6 มี.ค.52

* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 8 ลว.9 มี.ค.52

* หนังสือ ที่ นร 1008.3.1/403 ลว.4 พ.ย.52

* หนังสือ ที่ นร 1008/ว 40 ลว 30 ก.ย.53

2. การแต่งตั้งให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง
* พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 68

3. การแต่งตั้งให้ข้าราชการรักษาราชการแทน
* พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 47

* คำสั่งกรมการพัฒนาชุมชน ที่ 516/2552 ลว.18 พ.ย.2552

4. การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่/ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่ง
* พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 57,32 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.แผ่นดิน พ.ศ.2545 (ฉบับที่ 5)

5. การลาออกจากราชการ
* พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 57,109,132

* ระเบียบ ก.พ.ว่าด้วยวันออกจากราชการ พ.ศ.2535

* ระเบียบ ก.พ.ว่าด้วยการลาออกจากราชการ พ.ศ.2551

* หนังสือ ที่ นร 1011/ว 13 ลว.11 ธ.ค.2551

6. การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
* หนังสือ ที่ นร 1004/ว 19 ลว.2 มิ.ย.2553

* กฎ ก.พ.ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ.2553

* พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 59

* ประกาศกรมการพัฒนาชุมชน ลงวันที่ 30 ก.ย.2553

* คำสั่งกรมการพัฒนาชุมชน ที่ 428/2553 ลว.30 ก.ย.2553

7. การเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญผู้สอบได้ขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
7. 1 กรณีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการของส่วนราชการเดิม
* พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 57,63,132,137

* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 16 ลว.22 มิ.ย.2552

* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 12 ลว.11 ธ.ค.2551

* หนังสือ ที่ นร 1011/ว 13 ลว.11 ธ.ค.2551

* หนังสือ ที่ นร 0708.4/ว 5 ลว.13 พ.ค.2536

7. 2 กรณีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการของส่วนราชการเดิม
* หนังสือ ที่ นร 1004.1/ว 4 ลว.18 มี.ค.2548

8. การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งได้รับวุฒิเพิ่มขึ้น (ย้ายเปลี่ยนสายงาน)
8. 1 กรณีที่ 1 เป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งซึ่งอยู่ในสายงานของกรมการพัฒนาชุมชน
* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 16 ลว.22 มิ.ย.2552

* หนังสือ ที่ นร 0711/ว 12 ลว.1 ต.ค.2533

8. 2 กรณีที่ 2 เป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งที่ไม่มีในสายงานของกรมการพัฒนาชุมชน
* หนังสือ ที่ นร 1006/ว 15 ลว.28 มิ.ย.2547

9. การให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนตามวุฒิ (กรณีปรับวุฒิในตำแหน่งเดิม)
* หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 1008.1/ว 20 ลว.27 ธ.ค. 2555

* กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ.2551

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Narathiwat tourism development strategies 2012 – 2016

ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙
วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส

วิสัยทัศน์
“ดินแดนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และบริการในระดับสากลเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน”

Vision
"Land of international ecotourism and service which supports tourism and border trade."

พันธกิจ
๑. ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และวัฒนธรรมของจังหวัด
๒. พัฒนายกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว
๓. เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้
๔. ส่งเสริม ด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

Mission
1. Promoting and developing eco-tourism and local culture.
2. Developing product and service standards.
3. Increasing number of tourists and revenue.
4. Promoting public relations and marketing to support tourism.

ประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส
การพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์และวิสัยทัศน์ที่กล่าวมาข้างต้น จำเป็นต้องมีการดำเนินการพร้อมกันไปในหลายด้าน โดยมาตรการแต่ละด้านจะต้องหนุนเสริมซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ และสามารถส่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริงในช่วงเวลาของแผนฯ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ที่เน้นเฉพาะกิจกรรมสำคัญ ๆ

Strategic issues for tourism development in Narathiwat
Tourism development in Narathiwat to achieve its goals and vision mentioned above  need to be performed simultaneously on many fronts. Each side measures must reinforce each other in a systematic way. So that it can truly deliver tangible results in the period of the Plan, there needs to be action-oriented strategies that focus only on important events.

เป้าประสงค์
๑. มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ได้มาตรฐาน
๒. จำนวนผู้มาเยือนเพิ่มขึ้น
๓. รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

Goal
1. Increase natural attractions and cultural standards.
2. Increase the numbers tourist.
3.
Increase revenue from tourism.

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทฤษฏีความเคยชิน (Boiled Frog)

"เธอจงระวังความคิด เพราะความคิดบ่อยๆ ก่อให้เกิดการกระทำ เธอจงระวังการกระทำ เพราะการกระทำบ่อยๆ ก่อให้เกิดนิสัย เธอจงระวังนิสัย เพราะนิสัยก่อให้เกิดบุคลิก เธอจงระวังบุคลิก เพราะบุคลิกจะกำหนดชะตากรรมของเธอ"
ทฤษฎีกบต้ม เป็นทฤษฎีที่นักวิชาการาวไอริชผู้หนึ่งชื่อ Tichyand Sherman (1993) ได้เสนอแนวคิดทฤษฎีโดยการทดลองนำกบมาต้มในอ่างน้ำ 2 อ่าง เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบปฏิกิริยาตอบสนองของกบ
อ่าง น้ำที่ชาวไอริชนำมาใช้ทดลองนั้น ใส่น้ำต่างกัน ใบแรกเป็นอ่างน้ำร้อนจัด ใบที่สองเป็นอ่างน้ำที่อุ่นสบายๆ และทำให้ค่อยๆ อุ่นขึ้นจนเดือด ได้ทดลองนำกบมา 2 ตัว ตัวแรกใส่ในอ่างน้ำที่ร้อนจัด ส่วนตัวที่สองใส่ในอ่างน้ำอุ่น ที่ทำให้อุ่นขึ้นจนเดือด โดยผู้ทดลองต้องการศึกษาว่า กบตัวไหนจะตายก่อน หรือตัวไหนจะรอดชีวิต
ผลการทดลองปรากฏว่า กบที่ใส่ในอ่างแรก คือ อ่างน้ำเดือด ปรากฏว่ากบรอดชีวิต แต่กบที่ใส่ในอ่างน้ำอุ่นที่ค่อย ๆ ร้อนขึ้นกลับตาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุใด เหตุผลคือ กบในอ่างน้ำเดือดจะรู้ว่าน้ำร้อน จึงรีบกระโดดออกมาหลังสัมผัสน้ำเดือดทันที แต่กบที่อยู่ในน้ำอุ่นจะรู้สึกสบาย แม้ว่าน้ำจะค่อย ๆ อุ่นขึ้นก็ไม่ยอมกระโดดออกมา ยังคงอยู่ในอ่างน้ำจนกระทั่งน้ำเดือดจึงตาย

ด้วยสัญชาติญาณของการเอาตัวรอด กบจะรอดได้ต้องไวต่อความเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว เรื่องต้มกบ หรือ กบต้ม เป็นการทดลองที่บ่งบอกให้เราต้องรู้จัก ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว บ่อยครั้งที่เรามักจะเฉื่อยชาต่อความเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกิดขึ้น ซึ่งมักจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อย แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนให้ระวัง จงอย่าตายใจในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น ในทุกๆปี น้ำที่กักเก็บลดลงทีละนิ้ว สองนิ้ว เราก็จะรู้สึกว่า “ไม่เป็นไร” เพราะมันยังมีน้ำอยู่ น้ำพร่องไปหน่อย ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจู่ๆ น้ำที่กักเก็บรั่วหายไปหมดล่ะ จะรู้สึกอย่างไร เป็นอุทาหรณ์ให้รู้ว่า ต้องหมั่นสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเราและอย่า “เฉื่อยชา” ต่อสิ่งที่กำลังเปลี่ยน

เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง
• เปิดทัศนคติให้ตระหนักว่า โลกภายนอกหมุนไปเร็วมาก “จงอย่าทำตัวเป็นกบในกะลา”
• สภาวะการณ์ที่จะอยู่รอดได้นั้น รองรับได้เพียงบางสถานการณ์เท่านั้น “แต่ทุกคนมีความอดทนอดกลั้นต่างกัน”
• ไม่มีกลุ่มใดที่จะแยกตัวอยู่ได้โดยลำพัง
• เมื่อเปิดประตูออกไปสู่โลกภายนอก สิ่งแปลกๆใหม่จะเข้ามากระทบ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
• หากคิดจะเปลี่ยน ให้กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน
• ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อยไม่มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้น
ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ชายคนนี้เขาชื่อเฟรเดอริก

เฟร เดอริกเป็นหนุ่มใหญ่วัย 40 ต้นๆ เขามีหน้าที่การงานที่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นผู้บริหารองค์กรทางธุรกิจข้ามชาติระดับสูง เฟรเดอริกไม่เพียงแต่โชคดีทางหน้าที่การงานเท่านั้น เขายังแต่งงานกับสาวสังคมหน้าตาดี รูปร่างดี การศึกษาดี รสนิยมดี ชาติตระกูลดีอีกต่างหาก ทั้งคู่มีทายาทสืบสกุลน่ารักน่าเอ็นดู ชีวิตคู่ในช่วงต้นของการแต่งงาน รื่นรมย์ สมปรารถนาจนใครๆ ต่างก็เฝ้ามองด้วยความอิจฉา

แต่เมื่ออยู่ต่อมาอีกหลายปี เฟรเดอริกก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวและลูกๆ ไม่เคยรู้จัก เขากลายเป็นมนุษย์บ้างาน เขาทำงานหนักหามรุ่ งหามค่ำ เขาแทบจะกิน นอน พักผ่อน และหายใจเป็นงานไปเสียทั้งหมด เลิกงานกลับมาถึงบ้านตีหนึ่งตีสองเขายังคงนั่งทำงาน เช็กอีเมล ตอบจดหมาย วางแผนธุรกิจ หาวิธีสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง (แต่ตัวเขากลับเริ่มอ่อนแอ) เงินเดือนไม่ถึงล้าน แต่เขาทำงานเสมือนหนึ่งว่าเขามีเงินเดือนหลายสิบล้าน

ภรรยา เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มลงตัวกลายเป็นนิสัยของเฟรเดอริกแบบนี้ด้วยความ ไม่สบายใจ เธอจึงออกปากเตือนว่าเขากำลังใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง แต่เฟรเดอริกบอกว่าที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อเธอและเพื่อลูกทั้งนั้น ประการสำคัญ เฟรเดอริกบอกกับเธอว่า หน้าที่การงานของเขากำลังไปได้ดี ผลงานของเขา เป็นที่ถูกใจของนายใหญ่ เพื่อนร่วมงานทุกคนยอมรับเขา และถ้าเขาทิ้งโอกาสดีๆ เช่นนี้ไปใช้ชีวิตง่ายๆ กับครอบครัวอย่างที่ภรรยาต้องการ เขาก็กำลัง ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายอนาคตอันรุ่งโรจน์ และบริษัทจะเสียหายขนาดไหน

ภรรยาพยายามพูด โน้มน้าวให้เฟรเดอริกหันกลับมาให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ดูแลตัวเองมากหน่อย แต่เขาขอเวลาอีกสักระยะ เฟรเดอริกบอกว่า เขาจะเกษียณให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอถึงอายุ 60 เขาจะถอนตัวออกมา และจะคืนทุกอย่างที่ลูกและเมียต้องการแน่ๆ แต่ตอนนี้เขากำลังมีโอกาส เขาขอใช้โอกาสทางการงานให้คุ้มที่สุดเสียก่อน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ขณะอายุเพียง 51 ปี เท่านั้น วันหนึ่งระหว่างขับรถไป เจรจาธุรกิจให้กับบริษัท เฟรเดอริกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียชีวิตคาที่

คง ไม่ต้องบอกว่าลูกและภรรยาเสียใจขนาดไหน แต่สิ่งที่ภรรยาของเฟรเดอริกเสียใจที่สุดก็คือ หลังจากเฟรเดอริกเสียชีวิตไปได้เพียง 3 วัน บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เฟรเดอริกรักนักหนาก็สามารถหาซีอีโอคนใหม่ได้ เธอบอกตัวเองว่า สามีพูดอยู่เสมอว่า หากไม่มีเขาเสียคน บริษัทจะลำบาก แล้วเขาก็ไม่มีโอกาสได้รู้เลยสักนิดว่า พอไม่มีเขา บริษัทยอมลำบากเพียง 3 วัน จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เฟรเดอริ กจากไปแล้ว ทิ้งลูกและเมียไว้กับความเปลี่ยวเหงา ความทุกข์ ความทรมาน กับสิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วแบบไม่คาดฝันเหมือนสายฟ้าแลบ ชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว เราก็ไม่สามารถหวนไปแก้ไขสิ่งนั้นได้อีก

เรื่องราวของเฟรเดอริกที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องจริง และเขาเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมานี้จริงๆ

ทุก วันนี้ ในสังคมของเรายังมีคนแบบเฟรเดอริกอีกมากมาย คนที่ทุ่มเทกายใจและชีวิตให้กับงาน เสมือนหนึ่งเขาเกิดมาในโลกนี้เพื่อภารกิจเดียว คือ เพื่อทุ่มเททำงานให้กับบริษัทเท่านั้น จนการทุ่มเทนั้นได้ กลาย เป็น "นิสัย" ที่ยากจะไถ่ถอน ฝังลึก และทำให้เขาหรือ เธอเสพติดมันอย่างเข้มข้น เหมือนติดยาเสพติด แล้วเจ้านิสัยบ้าทำงานหนักนี้ก็เอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคนชนิดนี้ โชคดีที่บางคนมีกัลยาณมิตรคอยเตือน จึงหาสมดุลงาน สมดุลชีวิตเจอ แต่บางคนที่ไม่มีใครคอยเตือน หรือคนที่เคยเตือนไม่มีโอกาสได้เตือนอีกต่อไปแล้วเพราะเขาไม่ยอมฟัง

เขาหรือเธอก็อาจจะกลายเป็นเฟรเดอริกคนต่อไป ต่อไป และต่อๆ ไป

คัดจาก: http://www.novabizz.com/NovaAce/Behavior/ทฤษฏีความเคยชิน.htm

วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

What is comparative advantage?

Comparative advantage is an economic law that demonstrates the ways in which protectionism (mercantilism, at the time it was written) is unnecessary in free trade. Popularized by David Ricardo, comparative advantage argues that free trade works even if one partner in a deal holds absolute advantage in all areas of production - that is, one partner makes products cheaper, better and faster than its trading partner.

The primary fear for nations entering free trade is that they will be out-produced by a country with an absolute advantage in several areas, which would lead to imports, but no exports. Comparative advantage stipulates that countries should specialize in a certain class of products for export, but import the rest - even if the country holds an absolute advantage in all products. (To learn more, read What Is International Trade?)

The essence of this law can be illustrated with a simple example. Imagine that you are a skilled cabinetmaker as well as a gifted painter. It takes you a day to build a cabinet or a day to paint a picture. In the local economy, paintings sell for $400 and cabinets go for $350. Your neighbor also shares the same skill sets, but it takes him a day and a half to build a cabinet and three days to complete a painting. You have an absolute advantage over your neighbor in both areas, so you should try to outproduce him across the board, right? Wrong.

Here's why: If you flip between painting and cabinetmaking over a six-day work week, you would produce three paintings and three cabinets worth $2,250. If your neighbor embarked upon the same work schedule, he would produce one painting and two cabinets worth $1,100. There would be a total of four paintings and five cabinets produced: a total of nine production units. If, however, you were to choose to focus on painting, the area where you have the greatest comparative advantage and the most profit, and leave cabinetmaking to your neighbor, something magical would happen. You would produce six paintings worth $2,400 per week, while your neighbor would produce four cabinets worth $1,400, bringing the total to 10 production units. In real terms, both you and your neighbor would be richer for specializing - and the local economy is one production unit the better for it.

This example rings true on the level of international trade as well. Britain provided support for comparative advantage by essentially outsourcing its food growth (importing grains, meat, cheese, wine, etc.) and focusing on manufacturing goods for export, thus, becoming the workshop of the world during the industrial revolution. comparative advantage urges nations to engage in true free trade and to specialize in areas where they have the highest comparative advantage, instead of looking to bolster weak industries from foreign competition by imposing protective tariffs that otherwise stifle the production that leads to overall gains in wealth.

For more on economic laws, be sure to read our Economics Basics Tutorial.

Ref: http://www.investopedia.com/ask/answers/09/law-comparative-advantage.asp

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Toastmasters Club Information - Hatyai Songkhla Club

44//15 SOI 3, Rajyindee Road
Thamrongwattana Phattanayaowachon School, Hatyai, 90110, Thailand
66-74-244-215
Meeting Time: 1:00 pm, 1st & 3rd Sunday
Club Status: Open to all

Ref:
http://reports.toastmasters.org/findaclub/zoomclub.cfm?clubNumber=9060,
http://www.toastmasters.org/contact.aspx

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ (หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ)

จังหวัด เบอร์โทรติดต่อ จังหวัด เบอร์โทรติดต่อ จังหวัด เบอร์โทรติดต่อ
กระบี่ 081-753-9352 บึงกาฬ 081-823-4758 ลพบุรี 081-822-4961
กาญจนบุรี 081-755-1824 บุรีรัมย์ 081-821-2826 เลย 081-822-5054
กาฬสินธุ์ 081-802-1017 ปทุมธานี 081-821-4023 ลำปาง 081-822-5624
กำแพงเพชร 081-812-3354 ประจวบฯ 081-821-4916 ลำพูน 081-822-5798
ขอนแก่น 081-819-7149 ปราจีนบุรี 081-821-5983 ศรีสะเกษ 081-822-5870
จันทบุรี 081-819-8547 ปัตตานี 081-821-6746 สกลนคร 081-822-6728
ฉะเชิงเทรา 081-819-8794 พระนครศรีอยุธยา 081-821-8761 สงขลา 081-822-7109
ชลบุรี 081-819-9643 พะเยา 081-822-0368 สตูล 081-822-9240
ชัยนาท 081-820-0367 พังงา 081-822-0583 สมุทรปราการ 081-822-9361
ชัยภูมิ 081-820-0641 พัทลุง 081-822-0831 สมุทรสาคร 081-822-9504
ชุมพร 081-820-1291 พิจิตร 081-822-0924 สมุทรสงคราม 081-822-9573
เชียงราย 081-820-1489 พิษณุโลก 081-822-1482 สระแก้ว 081-822-9624
เชียงใหม่ 081-820-1864 เพชรบุรี 081-822-1675 สระบุรี 081-822-9685
ตรัง 081-820-2716 เพชรบูรณ์ 081-822-1893 สิงห์บุรี 081-822-9830
ตราด 081-820-2936 แพร่ 081-822-3069 สุโขทัย 081-823-0021
ตาก 081-820-3138 ภูเก็ต 081-822-3481 สุพรรณบุรี 081-823-0175
นครนายก 081-820-3317 มหาสารคาม 081-822-3712 สุราษฎร์ธานี 081-823-0356
นครปฐม 081-820-3586 มุกดาหาร 081-822-3967 สุรินทร์ 081-823-0742
นครพนม 081-820-4003 แม่ฮ่องสอน 081-822-4085 หนองคาย 081-823-0969
นครราชสีมา 081-820-5963 ยโสธร 081-822-4170 หนองบัวลำภู 081-823-1797
นครศรีธรรมราช 081-820-8351 ยะลา 081-822-4258 อ่างทอง 081-823-2085
นครสวรรค์ 081-820-9176 ร้อยเอ็ด 081-822-4319 อำนาจเจริญ 081-823-2403
นนทบุรี 081-820-9504 ระนอง 081-822-4652 อุดรธานี 081-823-2557
นราธิวาส 081-820-9924 ระยอง 081-822-4698 อุตรดิตถ์ 081-823-2776
น่าน 081-821-1871 ราชบุรี 081-822-4865 อุทัยธานี 081-823-3415
อุบลราชธานี 081-823-4018